ปี 2025 เป็นอีกช่วงเวลาที่ Beam เดินหน้าขับเคลื่อนสังคมไร้เงินสดท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่รวดเร็ว เราเห็นพฤติกรรมร้านค้าและผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ร้านค้าต่างเปิดรับการชำระเงินแบบดิจิทัลมากขึ้น และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เราเห็นโอกาสและอยากผลักดัน
สำหรับ Beam นี่ไม่ใช่แค่ปีของการเติบโต แต่คือปีของ การยกระดับบทบาท จากผู้ให้บริการรับชำระเงินสู่การเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อน Cashless Movement อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการพัฒนาโซลูชันจาก pain point จริงของร้านค้า และการสร้างระบบสนับสนุนที่ช่วยให้ร้านค้าทุกขนาดก้าวเข้าสู่โลกไร้เงินสดได้อย่างมั่นใจ
ตลอดปี 2025 เราได้เห็นร้านค้าทั่วประเทศเร่งปรับตัวตามพฤติกรรมผู้บริโภค
การชำระเงินแบบไร้เงินสดไม่ใช่ “ทางเลือก” อีกต่อไป แต่กลายเป็น “มาตรฐานใหม่”
Beam จึงโฟกัสที่ทำให้การเปลี่ยนผ่านสู่ Cashless เป็นเรื่องที่ “ง่ายและเกิดขึ้นได้จริง” สำหรับร้านค้าทุกขนาด
คำตอบของปีนี้สะท้อนออกมาใน 3 การเคลื่อนไหวหลัก
การเปิดตัว Bolt+ และแคมเปญ Cashless Club เพื่อยกระดับการรับชำระหน้าร้าน
การผลักดันโซลูชันการรับชำระออนไลน์และ Social Commerce
การยกระดับโครงสร้างองค์กร ผ่านการขยายทีมและย้ายสู่ออฟฟิศแห่งใหม่
ตลอดปีที่ผ่านมา Beam ได้ร่วมงานกับแบรนด์และร้านค้ากว่า 3,500 แบรนด์ทั่วประเทศ เพื่อพัฒนาระบบรับชำระที่ออกแบบจากการใช้งานจริง ครอบคลุมตั้งแต่ร้านขนาดเล็กไปจนถึงธุรกิจขนาดใหญ่ และรองรับทุกช่องทางการชำระได้ในระบบเดียว
แม้ปี 2025 จะเป็นปีที่เต็มไปด้วยความท้าทายจากการแข่งขันและการเปลี่ยนแปลงของตลาด แต่ก็เป็นปีแห่งการเติบโตครั้งสำคัญของ Beam ที่ทำให้เราพร้อมก้าวทัน และก้าวนำการพัฒนาของระบบการชำระเงินไทยอย่างต่อเนื่อง
ในช่วงปลายเดือนกันยายน 2025 Beam ได้เปิดตัว Bolt+ อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางการเข้าร่วมของแบรนด์ชั้นนำจากหลากหลายอุตสาหกรรม รวมถึงตัวแทนจากทั้งภาครัฐและเอกชน การเปิดตัวครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่เป็นหมุดหมายสำคัญของการยกระดับระบบการชำระเงินไทยให้ก้าวสู่ยุคถัดไป
Bolt+ ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ร้านค้ายุคใหม่ที่ต้องการโซลูชันการรับชำระที่ ครบ จบ ในเครื่องเดียว ลดความซับซ้อนจากการใช้หลายระบบ และช่วยให้การรับชำระเป็นเรื่องที่ราบรื่นตั้งแต่หน้าร้านจนถึงหลังบ้าน

หลังการเปิดตัว Bolt+ ได้รับกระแสตอบรับจากร้านค้าและธุรกิจในหลากหลายอุตสาหกรรม ด้วยความสามารถในการรองรับการชำระเงินครบทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น QR พร้อมเพย์ บัตรเครดิต บัตรเดบิต การผ่อนชำระกับธนาคารหลัก รวมถึงอีวอลเล็ตยอดนิยม ทำให้ Bolt+ กลายเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นสำคัญที่ช่วยผลักดันร้านค้าทั่วประเทศก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสดอย่างเป็นรูปธรรม
Bolt+ ช่วยให้ร้านค้าปรับตัวสู่ระบบ Cashless ได้อย่าง มั่นใจ คล่องตัว และใช้งานได้จริง ส่งผลให้เราได้รับความสนใจและการสั่งซื้อจากร้านค้าหลายร้อยรายตั้งแต่ช่วง Pre-order และในปัจจุบันพร้อมจัดส่งสินค้าได้ภายใน 3 วันทำการ
สั่งซื้อ Bolt+ ได้ที่: https://www.beamcheckout.com/th/store

ควบคู่กับการเปิดตัว Bolt+ ในช่วงปลายเดือนกันยายน Beam ได้เปิดตัวแคมเปญ Cashless Club เพื่อเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญของ Cashless Movement ในระดับร้านค้า เราเห็นชัดว่าพฤติกรรมผู้บริโภคได้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่ร้านค้าหลายแห่งเริ่มก้าวเข้าสู่การไม่รับเงินสด แต่ก็ยังมีอีกจำนวนมากที่อยู่ระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่าน
Cashless Club จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อสนับสนุนให้ร้านค้าทุกขนาดสามารถก้าวสู่การรับชำระแบบไร้เงินสดได้อย่างมั่นใจ โดยร้านค้าที่เข้าร่วม Cashless Club จะได้รับสิทธิประโยชน์และเครื่องมือสนับสนุน เช่น ส่วนลดเครื่อง Bolt+ ป้ายแสดงสถานะร้าน Cashless และสิทธิพิเศษอื่นๆ ที่ช่วยลดอุปสรรคในการเริ่มต้น และทำให้การเปลี่ยนผ่านสู่ Cashless เป็นเรื่องที่จับต้องได้จริง
เข้าร่วมคลับฟรีได้ที่: https://www.cashlessclub.com/th/jointheclub

นอกเหนือจากการรับชำระหน้าร้าน ปี 2025 Beam เดินหน้าผลักดันร้านค้าให้เติบโตบนช่องทางออนไลน์และ Social Commerce อย่างจริงจัง ท่ามกลางพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
Beam จึงพัฒนาโซลูชันการรับชำระเงินออนไลน์ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานจริง ช่วยให้ร้านค้ารับเงินได้ง่าย ปลอดภัย และเชื่อมต่อกับทุกช่องทางการขายได้อย่างไร้รอยต่อ ลดความซับซ้อนในการจัดการหลายระบบ พร้อมรองรับการเติบโตในสภาพการแข่งขันที่สูงขึ้น
การเปิดรับการชำระเงินผ่านออนไลน์ไม่เพียงช่วยเพิ่มโอกาสในการขาย แต่ยังช่วยให้ร้านค้าสามารถบริหารจัดการคำสั่งซื้อและการชำระเงินได้ในระบบเดียวกัน สอดคล้องกับเป้าหมายของ Beam ในการสนับสนุนร้านค้าไทยให้เติบโตได้ทั้งหน้าร้านและออนไลน์ พร้อมก้าวสู่สังคมไร้เงินสดอย่างมั่นคงและยั่งยืน
การย้ายสู่ออฟฟิศใหม่ของ Beam คืออีกก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของทีมอย่างแท้จริง เราได้สร้างบรรยากาศที่สอดคล้องกับสไตล์การทำงาน ที่มีความพร้อมในการรองรับไอเดียที่หลากหลายและการทำงานที่มีการปรับเปลี่ยนรวดเร็ว พื้นที่ใหม่จึงถูกออกแบบมาเพื่อให้ทุกคนทำงานได้คล่องตัวขึ้น พร้อมบรรยากาศที่เปิดรับความคิดใหม่ๆ และเป็นแหล่งพลังงาน ที่ช่วยผลักดันให้ทีมก้าวไปสู่ความสำเร็จในเส้นทางที่ท้าทายยิ่งกว่าเดิม
นอกจากออฟฟิศใหม่ เรายังขยายทีมในหลายๆ ตำแหน่ง โดยเสริมหน้าที่ในทีม Business Development, Operations, Marketing, Customer Success, Design รวมถึง Tech การเติบโตครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการพัฒนาองค์กร และนำความเชี่ยวชาญของแต่ละทีมมารวมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อน Cashless Movement ไปพร้อมๆ กับทุกธุรกิจ ร้านค้า ภาครัฐ และคนไทยทุกคน
ในปีที่ผ่านมา Beam เติบโตท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมผู้บริโภค และเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว เราภูมิใจที่ได้เป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อน เศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ
ปี 2025 ถือเป็นอีกปีแห่งการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่
การเปิดตัว Bolt+ และแคมเปญ “Cashless Club”
พัฒนาระบบการรับชำระออนไลน์
การขยายทีมและการย้ายสู่ออฟฟิศแห่งใหม่ที่พร้อมรองรับการเติบโต
ยกระดับระบบหลังบ้านเพื่อรองรับปริมาณธุรกรรมที่เพิ่มขึ้นอย่างปลอดภัย
ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Beam ในการสร้างโซลูชันการชำระเงินที่มีประสิทธิภาพสำหรับทั้งร้านค้าและผู้บริโภคที่กำลังก้าวสู่สังคมไร้เงินสดเพื่อให้ปีต่อไปเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการชำระเงินของไทยให้เติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้เราขอขอบคุณทุกร้านค้าที่สนับสนุนและไว้วางใจให้ Beam เป็นเพื่อนคู่คิดในการรับชำระเงิน และเราก็จะสร้างโซลูชัน เพื่อให้มั่นใจว่าเราจะเติบโตอย่างก้าวกระโดดไปพร้อมกัน



