ธุรกิจร้านค้าทั่วไทยในปัจจุบันเริ่มมีการปรับเปลี่ยนแนวทางการชำระมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อร้านค้าเริ่มมองหา “เครื่องรูดบัตร” เพื่อเพิ่มโอกาสในการปิดการขาย แต่สำหรับร้านค้าที่กำลังเริ่มใช้ครั้งแรก อาจสับสนเรื่องค่าธรรมเนียม ขั้นตอนการสมัคร เงินเข้าเมื่อไหร่ รวมไปถึงการใช้งาน
บทความนี้ได้รวมทุกสิ่งที่ร้านค้าต้องรู้ และแนะนำทางเลือกที่ง่ายขึ้นอย่าง Bolt+ ที่ช่วยให้ร้านค้ารับบัตรได้แบบไม่ต้องมีเครื่องรูดบัตร EDC
สำหรับร้านค้าทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารริมทาง ร้านกาแฟเล็กๆ หรือร้านในตลาดอีเวนท์ การรับชำระเงินคือสิ่งที่สำคัญเป็นอันดับต้นๆ ในการทำธุรกิจ หลายร้านเคยเจอเหตุการณ์ที่ลูกค้าพร้อมซื้อ แต่ไม่มีเงินสด หรือเจอคำถามว่า “รับบัตรไหม” แล้วร้านยังไม่สามารถรับได้ ทำให้เสียโอกาสขายไปโดยไม่จำเป็น
ขณะเดียวกัน ร้านค้าหลายแห่งก็ลังเลที่จะเริ่มรับชำระแบบไร้เงินสด เพราะกังวลเรื่องขั้นตอนที่ยุ่งยาก ค่าใช้จ่ายแฝง และเงินเข้าบัญชีล่าช้า โดยเฉพาะร้านที่ต้องหมุนเงินวันต่อวัน การเลือกระบบรับชำระจึงควรช่วยให้ร้านขายได้ง่ายขึ้น ไม่เพิ่มภาระในการทำงาน และทำให้ร้านมั่นใจได้ว่าเมื่อรับเงินแล้ว เงินจะเข้าร้านอย่างชัดเจนและตรงเวลา
เครื่องรูดบัตร หรือ EDC (Electronic Data Capture) คืออุปกรณ์รับชำระเงินที่ใช้สำหรับบัตรเครดิตและบัตรเดบิต โดยเครื่องจะเชื่อมต่อกับธนาคารเพื่อตรวจสอบและอนุมัติยอดแบบเรียลไทม์ ทำให้ร้านค้ารับชำระได้อย่างปลอดภัยและตรวจสอบได้
เมื่อทำการชำระผ่านบัตรเครดิต เครื่องจะส่งข้อมูลไปยังธนาคารเพื่อตรวจสอบวงเงิน จากนั้นระบบจะอนุมัติการทำรายการทันที ร้านค้าจึงสามารถรับบัตรเครดิต บัตรเดบิต และรายการผ่อนชำระได้
ในปัจจุบันร้านค้าสามารถรับชำระได้หลายวิธีมากขึ้นทั้ง QR พร้อมเพย์และบัตรเครดิต ซึ่ง Bolt+ ก็เป็นอีกอุปกรณ์รับชำระที่ทำได้ครอบคลุมทุกช่องทางชำระมากกว่า และยังใช้งานง่ายกว่าเครื่อง EDC ทั่วไป
หากอยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่าง Bolt+ และเครื่องรูดบัตร สามารถอ่านได้ที่นี่
ข้อจำกัดหลักที่พบเจอในหลายร้านค้าคือ การสมัครขอเครื่องรูดบัตรนั้นทำได้ยาก ใช้เวลานานราว 1-3 เดือน ต้องเตรียมเอกสารเยอะ ทำให้ไม่สามารถใช้เครื่องรูดบัตรรับชำระได้ทันเวลา เมื่อร้านค้าต้องการขยายสาขา รวมไปถึงการรับผ่อนชำระที่ไม่ได้ครอบคลุมทุกธนาคารหลัก ซึ่งอาจเป็นปัญหาในการปิดการขายให้กับกลุ่มธุรกิจที่มีสินค้าราคาสูงเช่น เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

Bolt+ สามารถทำการสมัครผ่านช่องทางออนไลน์และอนุมัติภายใน 1-3 วันทำการ ถือเป็นขั้นตอนการสมัครที่รวดเร็วในปัจจุบัน และไม่ต้องใช้เอกสารหลายชนิดให้ยุ่งยาก มากไปกว่านั้น เมื่อธุรกิจเริ่มรับชำระผ่านบัตรเครดิต ก็จะช่วยส่งผลประโยชน์ต่อธุรกิจในหลายๆ ด้านเช่น
ช่วยเพิ่มโอกาสในการปิดการขาย
ลดการบริหารการจัดการเงินสดและความผิดพลาด
ได้รับรายงานยอดขายเพื่อตรวจสอบแต่ละรายการ
ลดความเสี่ยงจากการขนส่งเงินสด
ทั้งนี้ยังรวมไปถึงผลประโยชน์ที่ผู้บริโภคยังได้รับ เช่น ตัวเลือกช่องทางการจ่ายที่มากขึ้นและช่วยลดความเสี่ยงในการถือเงินสดที่มีจำนวนสูง

ขั้นตอนการใช้ Bolt+ เพื่อรับชำระอาจมีหลายปัจจัยให้ร้านค้าต้องคำถึง ซึ่งเราได้รวบรวมข้อมูลจำเป็นมาให้ตามด้านล่างนี้
โดยปกตินั้นเครื่อง EDC ทั่วไปจะรองรับการรับชำระผ่านบัตร QR พร้อมเพย์ และการผ่อนชำระแค่บางธนาคารเท่านั้น แต่สำหรับ Bolt+ สามารถรองรับชำระผ่านช่องทางไร้เงินสดเต็มรูปแบบ อาทิเช่น บัตรเครดิต/เดบิต QR พร้อมเพย์ อีวอลเล็ต และการผ่อนชำระทุกธนาคารชั้นนำ
โดยทั่วไปอัตราค่าธรรมเนียมของบัตรเครดิต (MDR: Merchant Discount Rate) จะมีเรทที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ละประเภทบัตรที่ใช้และเครื่องรูดบัตรตามแต่ละผู้ให้บริการ
อัตรา MDR สำหรับบัตรเครดิตที่แบบบัตร Premium ที่ใช้จ่ายผ่าน Bolt+ อยู่ที่ 2.75% สามารถคำนวณค่าธรรมเนียมได้ดังต่อไปนี้
ยกตัวอย่าง สินค้ามีราคา 1,000 บาท
ค่าธรรมเนียม = 1,000 x 2.75% = 27.5 บาท
เงินเข้าร้าน = 1,000 - 27.5 = 972.5 บาท
ส่วนค่าบริการอื่นๆ สำหรับ Bolt+ นั้น สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่นี่
ค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตอาจแตกต่างกันออกไปตามแต่ผู้ให้บริการและประเภทบัตร ร้านค้าควรตรวจสอบอัตราให้แน่ชัดก่อนใช้งานจริง เพื่อคำนวณต้นทุนได้แม่นยำและวางแผนยอดขายได้มั่นใจกว่าเดิม
รอบการโอนเงินเข้าบัญชีร้านค้า
QR PromptPay – T+1
ระบบสรุปยอดทุกวัน และโอนเข้าบัญชีร้านค้าในวันทำการถัดไป
ช่องทางอื่น (Non-QR) – T+3
เช่น บัตรเครดิต/เดบิต, E-Wallet, ผ่อนชำระ
ระบบสรุปยอดทุก 3 วัน และโอนเงินหลังจากสรุปยอดแล้ว
ร้านค้าสามารถใช้การโอนเงินแบบ On-demand Payout ซึ่งเป็นการกำหนดเงินเข้าบัญชีได้ตามใจ ทำให้เงินเข้าเร็วสุดในวันถัดไป
หลังจากสรุปยอด ระบบจะโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของร้านค้าอัตโนมัติ โดยขึ้นอยู่กับเวลาทำรายการและวันทำการของธนาคาร
ตัวอย่าง
ชำระผ่าน QR PromptPay วันจันทร์ → เงินเข้า วันอังคาร (T+1)
ชำระผ่าน บัตรเครดิต วันจันทร์ → เงินเข้า ภายในวันพฤหัสบดี (T+3)
ชำระผ่าน QR PromptPay วันศุกร์ → เงินเข้า วันจันทร์ถัดไป (T+1 ตามวันทำการ)
หมายเหตุ: หากตรงกับวันหยุดธนาคาร การโอนจะเลื่อนไปวันทำการถัดไป
สำหรับร้านค้าที่ใช้งาน Beam อยู่แล้ว สามารถทำการซื้อ Bolt+ ผ่าน Official Online Store และเริ่มรับชำระได้ทันที
สำหรับร้านค้าใหม่ สามารถสั่งซื้อ Bolt+ ได้ที่ Official Online Store (จัดส่งภายใน 3 วันทำการ) พร้อมสมัครใช้บริการผ่าน VeriFast (อนุมัติภายใน 3 วันทำการ) ช่วยให้ร้านค้าพร้อมรับชำระเงินได้ทันทีที่ Bolt+ ส่งถึงมือ
วิธีเลือกเครื่องรูดบัตรควรคำนึงรูปแบบธุรกิจของร้านค้าเป็นหลักว่ามีสินค้าและบริการประเภทใด สามารถแยกการใช้งานเป็น 3 ประเภทหลักๆ ดังนี้



นอกจากค่าธรรมเนียมบัตรแล้ว ร้านค้ามือใหม่มักไม่ทราบว่าผู้ให้บริการบางรายยังมีค่าใช้จ่ายอื่นที่ต้องคำนึงถึง ทั้ง ค่าใช้จ่ายทางตรง เช่น ค่ามัดจำเครื่อง ค่ารายเดือน ค่าติดตั้ง ค่าบริการรายเดือน ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนต่อเดือนสูงขึ้นโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะในกรณีที่ร้านไม่ได้มียอดการใช้งานสูงสม่ำเสมอ
นอกจากนี้ยังมี ค่าใช้จ่ายแอบแฝง ที่ร้านค้าหลายแห่งมักลืมคิด เช่น ค่าสลิปกระดาษ ค่าบำรุงรักษาเครื่อง หรือค่าบริการกรณีเครื่องมีปัญหา ซึ่งอาจรวมกันจนเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะร้านที่มีการรูดบัตรจำนวนมาก
แต่อย่างไรก็ตาม Bolt+ ไม่มีการคิดค่าธรรมเนียมแอบแฝง หรือค่าใช้จ่ายใดๆเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็น ค่าบริการรายเดือน ค่ามัดจำ ค่าติดตั้ง ค่าเช่าเครื่อง เพียงแต่เป็นการซื้อขาดในราคาเดียว 4,490 บาท ที่มาพร้อมประกันตลอดระยะเวลา 2 ปี
การเลือกผู้ให้บริการจึงควรดูให้ครบทุกประเภทค่าใช้จ่าย เพื่อให้ร้านค้าสามารถประเมินต้นทุนจริงได้แม่นยำ และวางแผนธุรกิจได้อย่างราบรื่น
Bolt+ รองรับทุกช่องทางการชำระในเครื่องเดียว ทั้งบัตร QR และ E-Wallet และสามารถเชื่อมกับ POS หรือระบบเดิมได้โดยไม่ต้องติดตั้งใหม่
จำเป็นต้องสมัครบัญชี Beam ผ่านระบบ VeriFast เพื่อเปิดใช้งานและเริ่มรับเงินได้ทันที
รองรับครบทุกธนาคารและผู้ให้บริการหลัก ทั้ง Visa, Mastercard
ไม่รองรับการชำระเงินผ่าน Mobile Banking
รองรับการชำระผ่านการสแกน QR แตะ และเสียบบัตร
รับประกัน 2 ปี พร้อมบริการเปลี่ยนเครื่องทันทีเมื่อพบปัญหาตามเงื่อนไขการรับประกัน
ได้ เพราะ Bolt+ ถูกออกแบบให้เชื่อมต่อกับระบบขายยอดนิยมในไทยโดยไม่ต้องติดตั้งเพิ่ม
ไม่มีสลิป แต่เป็นการสแกน QR เพื่อรับหลักฐานการชำระเงิน
เชื่อมต่อได้ทั้งสองช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น Wi-Fi หรือ ซิมการ์ด
ไม่มีซิมการ์ดมาพร้อมเครื่อง และค่าบริการซิมรายเดือนขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการที่ร้านค้าเลือกใช้
คู่มือการใช้งานจะถูกส่งไปพร้อมตัวเครื่องในบรรจุภัณฑ์เดียวกัน
มีทีมงานให้บริการทุกวัน 10.00-18.00 น. ผ่าน LINE OA: @beamcheckout
ในยุคที่การชำระแบบไร้เงินสดกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจ การเลือกระบบรับชำระที่เหมาะสมควรช่วยให้ ขายได้มากขึ้น ใช้งานง่าย และบริหารเงินได้มั่นใจ
Bolt+ ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ Pain Point หลักของร้านค้า ทั้งขั้นตอนสมัครที่ยุ่งยาก การรองรับช่องทางชำระที่ไม่ครบ และค่าใช้จ่ายแอบแฝงที่ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ด้วยการรวมทุกช่องทางการชำระไว้ในเครื่องเดียว รองรับบัตรเครดิต/เดบิต, QR พร้อมเพย์, อีวอลเล็ตยอดนิยม และผ่อนชำระทุกธนาคารหลัก สมัครออนไลน์ อนุมัติเร็ว และพร้อมใช้งานทันทีเมื่อเครื่องถึงมือ
ด้านต้นทุน Bolt+ ช่วยให้ร้านค้าคำนวณค่าใช้จ่ายได้ชัดเจน ไม่มีค่ารายเดือนหรือค่าแฝง ซื้อขาดครั้งเดียวในราคา 4,490 บาท ใช้งานยาว พร้อมรอบการโอนเงินที่ยืดหยุ่น
สรุปแล้ว Bolt+ คืออุปกรณ์รับชำระที่ช่วยให้ร้านค้า ขายง่ายขึ้น เงินเข้าไว และวางแผนธุรกิจได้อย่างมั่นใจ พร้อมเติบโตในโลกไร้เงินสดอย่างยั่งยืน



