HowMerchantStartUsing
Products

Beam | ร้านค้าเริ่มต้นใช้เครื่องรับบัตรครั้งแรก ต้องรู้อะไรบ้าง?

profile-pic
Beam
published-date-icon
19 Dec 2025
published-date-icon
5 min read

ธุรกิจร้านค้าทั่วไทยในปัจจุบันเริ่มมีการปรับเปลี่ยนแนวทางการชำระมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อร้านค้าเริ่มมองหา “เครื่องรูดบัตร” เพื่อเพิ่มโอกาสในการปิดการขาย แต่สำหรับร้านค้าที่กำลังเริ่มใช้ครั้งแรก อาจสับสนเรื่องค่าธรรมเนียม ขั้นตอนการสมัคร เงินเข้าเมื่อไหร่ รวมไปถึงการใช้งาน 

บทความนี้ได้รวมทุกสิ่งที่ร้านค้าต้องรู้ และแนะนำทางเลือกที่ง่ายขึ้นอย่าง Bolt+ ที่ช่วยให้ร้านค้ารับบัตรได้แบบไม่ต้องมีเครื่องรูดบัตร EDC

  • ร้านค้าควรคำนึงถึงอะไร ก่อนเริ่มรับชำระแบบไร้เงินสด?
  • เครื่องรูดบัตรคืออะไร ใช้ทำอะไรได้บ้าง?
  • ข้อจำกัดที่ร้านค้าเจอในอุปกรณ์รับชำระคืออะไร?
  • ค่าใช้จ่ายอะไรที่ร้านค้าอาจยังไม่รู้?
  • FAQs: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Bolt+
  • สรุป: Bolt+ เครื่องเดียวครบ สำหรับร้านค้ามือใหม่

ร้านค้าควรคำนึงถึงอะไร ก่อนเริ่มรับชำระแบบไร้เงินสด?

สำหรับร้านค้าทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารริมทาง ร้านกาแฟเล็กๆ หรือร้านในตลาดอีเวนท์ การรับชำระเงินคือสิ่งที่สำคัญเป็นอันดับต้นๆ ในการทำธุรกิจ หลายร้านเคยเจอเหตุการณ์ที่ลูกค้าพร้อมซื้อ แต่ไม่มีเงินสด หรือเจอคำถามว่า “รับบัตรไหม” แล้วร้านยังไม่สามารถรับได้ ทำให้เสียโอกาสขายไปโดยไม่จำเป็น

ขณะเดียวกัน ร้านค้าหลายแห่งก็ลังเลที่จะเริ่มรับชำระแบบไร้เงินสด เพราะกังวลเรื่องขั้นตอนที่ยุ่งยาก ค่าใช้จ่ายแฝง และเงินเข้าบัญชีล่าช้า โดยเฉพาะร้านที่ต้องหมุนเงินวันต่อวัน การเลือกระบบรับชำระจึงควรช่วยให้ร้านขายได้ง่ายขึ้น ไม่เพิ่มภาระในการทำงาน และทำให้ร้านมั่นใจได้ว่าเมื่อรับเงินแล้ว เงินจะเข้าร้านอย่างชัดเจนและตรงเวลา

เครื่องรูดบัตรคืออะไร ใช้ทำอะไรได้บ้าง?

เครื่องรูดบัตร หรือ EDC (Electronic Data Capture) คืออุปกรณ์รับชำระเงินที่ใช้สำหรับบัตรเครดิตและบัตรเดบิต โดยเครื่องจะเชื่อมต่อกับธนาคารเพื่อตรวจสอบและอนุมัติยอดแบบเรียลไทม์ ทำให้ร้านค้ารับชำระได้อย่างปลอดภัยและตรวจสอบได้

เมื่อทำการชำระผ่านบัตรเครดิต เครื่องจะส่งข้อมูลไปยังธนาคารเพื่อตรวจสอบวงเงิน จากนั้นระบบจะอนุมัติการทำรายการทันที ร้านค้าจึงสามารถรับบัตรเครดิต บัตรเดบิต และรายการผ่อนชำระได้

ในปัจจุบันร้านค้าสามารถรับชำระได้หลายวิธีมากขึ้นทั้ง QR พร้อมเพย์และบัตรเครดิต ซึ่ง Bolt+ ก็เป็นอีกอุปกรณ์รับชำระที่ทำได้ครอบคลุมทุกช่องทางชำระมากกว่า และยังใช้งานง่ายกว่าเครื่อง EDC ทั่วไป 

หากอยากรู้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่าง Bolt+ และเครื่องรูดบัตร สามารถอ่านได้ที่นี่

ข้อจำกัดที่ร้านค้าเจอในอุปกรณ์รับชำระคืออะไร?

ข้อจำกัดหลักที่พบเจอในหลายร้านค้าคือ การสมัครขอเครื่องรูดบัตรนั้นทำได้ยาก ใช้เวลานานราว 1-3 เดือน ต้องเตรียมเอกสารเยอะ ทำให้ไม่สามารถใช้เครื่องรูดบัตรรับชำระได้ทันเวลา เมื่อร้านค้าต้องการขยายสาขา รวมไปถึงการรับผ่อนชำระที่ไม่ได้ครอบคลุมทุกธนาคารหลัก ซึ่งอาจเป็นปัญหาในการปิดการขายให้กับกลุ่มธุรกิจที่มีสินค้าราคาสูงเช่น เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

แล้ว Bolt+ ช่วยยังไงได้บ้าง?

Bolt+ สามารถทำการสมัครผ่านช่องทางออนไลน์และอนุมัติภายใน 1-3 วันทำการ ถือเป็นขั้นตอนการสมัครที่รวดเร็วในปัจจุบัน และไม่ต้องใช้เอกสารหลายชนิดให้ยุ่งยาก มากไปกว่านั้น เมื่อธุรกิจเริ่มรับชำระผ่านบัตรเครดิต ก็จะช่วยส่งผลประโยชน์ต่อธุรกิจในหลายๆ ด้านเช่น 

  • ช่วยเพิ่มโอกาสในการปิดการขาย 

  • ลดการบริหารการจัดการเงินสดและความผิดพลาด

  • ได้รับรายงานยอดขายเพื่อตรวจสอบแต่ละรายการ

  • ลดความเสี่ยงจากการขนส่งเงินสด

ทั้งนี้ยังรวมไปถึงผลประโยชน์ที่ผู้บริโภคยังได้รับ เช่น ตัวเลือกช่องทางการจ่ายที่มากขึ้นและช่วยลดความเสี่ยงในการถือเงินสดที่มีจำนวนสูง

ก่อนเริ่มใช้ Bolt+ ต้องเช็กอะไรบ้าง?

ขั้นตอนการใช้ Bolt+ เพื่อรับชำระอาจมีหลายปัจจัยให้ร้านค้าต้องคำถึง ซึ่งเราได้รวบรวมข้อมูลจำเป็นมาให้ตามด้านล่างนี้

ช่องทางการรับชำระครบหรือไม่?

โดยปกตินั้นเครื่อง EDC ทั่วไปจะรองรับการรับชำระผ่านบัตร QR พร้อมเพย์ และการผ่อนชำระแค่บางธนาคารเท่านั้น แต่สำหรับ Bolt+ สามารถรองรับชำระผ่านช่องทางไร้เงินสดเต็มรูปแบบ อาทิเช่น บัตรเครดิต/เดบิต QR พร้อมเพย์ อีวอลเล็ต และการผ่อนชำระทุกธนาคารชั้นนำ

ค่าธรรมเนียมแต่ละประเภทคิดยังไง?

โดยทั่วไปอัตราค่าธรรมเนียมของบัตรเครดิต (MDR: Merchant Discount Rate) จะมีเรทที่แตกต่างกันออกไปตามแต่ละประเภทบัตรที่ใช้และเครื่องรูดบัตรตามแต่ละผู้ให้บริการ 

อัตรา MDR สำหรับบัตรเครดิตที่แบบบัตร Premium ที่ใช้จ่ายผ่าน Bolt+ อยู่ที่ 2.75% สามารถคำนวณค่าธรรมเนียมได้ดังต่อไปนี้ 

ยกตัวอย่าง สินค้ามีราคา 1,000 บาท

  • ค่าธรรมเนียม = 1,000 x 2.75% = 27.5 บาท

  • เงินเข้าร้าน = 1,000 - 27.5 = 972.5 บาท

ส่วนค่าบริการอื่นๆ สำหรับ Bolt+ นั้น สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ 

ค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตอาจแตกต่างกันออกไปตามแต่ผู้ให้บริการและประเภทบัตร ร้านค้าควรตรวจสอบอัตราให้แน่ชัดก่อนใช้งานจริง เพื่อคำนวณต้นทุนได้แม่นยำและวางแผนยอดขายได้มั่นใจกว่าเดิม

รอบการนำส่งเงิน (Payout) เป็นยังไง?

รอบการโอนเงินเข้าบัญชีร้านค้า

  • QR PromptPay – T+1
    ระบบสรุปยอดทุกวัน และโอนเข้าบัญชีร้านค้าในวันทำการถัดไป

  • ช่องทางอื่น (Non-QR) – T+3
    เช่น บัตรเครดิต/เดบิต, E-Wallet, ผ่อนชำระ
    ระบบสรุปยอดทุก 3 วัน และโอนเงินหลังจากสรุปยอดแล้ว

ร้านค้าสามารถใช้การโอนเงินแบบ On-demand Payout ซึ่งเป็นการกำหนดเงินเข้าบัญชีได้ตามใจ ทำให้เงินเข้าเร็วสุดในวันถัดไป

หลังจากสรุปยอด ระบบจะโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของร้านค้าอัตโนมัติ โดยขึ้นอยู่กับเวลาทำรายการและวันทำการของธนาคาร

ตัวอย่าง

  • ชำระผ่าน QR PromptPay วันจันทร์ → เงินเข้า วันอังคาร (T+1)

  • ชำระผ่าน บัตรเครดิต วันจันทร์ → เงินเข้า ภายในวันพฤหัสบดี (T+3)

  • ชำระผ่าน QR PromptPay วันศุกร์ → เงินเข้า วันจันทร์ถัดไป (T+1 ตามวันทำการ)

หมายเหตุ: หากตรงกับวันหยุดธนาคาร การโอนจะเลื่อนไปวันทำการถัดไป

การเริ่มต้นใช้งาน ง่ายและเร็วแค่ไหน?

สำหรับร้านค้าที่ใช้งาน Beam อยู่แล้ว สามารถทำการซื้อ Bolt+ ผ่าน Official Online Store และเริ่มรับชำระได้ทันที

สำหรับร้านค้าใหม่ สามารถสั่งซื้อ Bolt+ ได้ที่ Official Online Store (จัดส่งภายใน 3 วันทำการ) พร้อมสมัครใช้บริการผ่าน VeriFast (อนุมัติภายใน 3 วันทำการ) ช่วยให้ร้านค้าพร้อมรับชำระเงินได้ทันทีที่ Bolt+ ส่งถึงมือ

เลือกเครื่องรูดบัตรยังไงให้เหมาะกับธุรกิจ?

วิธีเลือกเครื่องรูดบัตรควรคำนึงรูปแบบธุรกิจของร้านค้าเป็นหลักว่ามีสินค้าและบริการประเภทใด สามารถแยกการใช้งานเป็น 3 ประเภทหลักๆ ดังนี้

  • On the counter | รวมทุกวิธีชำระเงินไว้ที่เคาท์เตอร์ พร้อมเชื่อมต่อระบบ POS ที่มีอยู่ได้ทันที

  • On the move | เปลี่ยนทุกพื้นที่ให้เป็นจุดขาย เหมาะสำหรับอีเว้นท์ และรับชำระนอกสถานที่ เชื่อมต่อผ่าน Wi-fi หรือซิมการ์ด

  • Unattended | รับชำระผ่านเครื่อง Self-service หรือ kiosk ไม่ต้องมีพนักงานคอยดูแล

ค่าใช้จ่ายอะไรที่ร้านค้าอาจยังไม่รู้?

นอกจากค่าธรรมเนียมบัตรแล้ว ร้านค้ามือใหม่มักไม่ทราบว่าผู้ให้บริการบางรายยังมีค่าใช้จ่ายอื่นที่ต้องคำนึงถึง ทั้ง ค่าใช้จ่ายทางตรง เช่น ค่ามัดจำเครื่อง ค่ารายเดือน ค่าติดตั้ง ค่าบริการรายเดือน ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนต่อเดือนสูงขึ้นโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะในกรณีที่ร้านไม่ได้มียอดการใช้งานสูงสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ยังมี ค่าใช้จ่ายแอบแฝง ที่ร้านค้าหลายแห่งมักลืมคิด เช่น ค่าสลิปกระดาษ ค่าบำรุงรักษาเครื่อง หรือค่าบริการกรณีเครื่องมีปัญหา ซึ่งอาจรวมกันจนเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะร้านที่มีการรูดบัตรจำนวนมาก

แต่อย่างไรก็ตาม Bolt+ ไม่มีการคิดค่าธรรมเนียมแอบแฝง หรือค่าใช้จ่ายใดๆเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็น ค่าบริการรายเดือน ค่ามัดจำ ค่าติดตั้ง ค่าเช่าเครื่อง เพียงแต่เป็นการซื้อขาดในราคาเดียว 4,490 บาท ที่มาพร้อมประกันตลอดระยะเวลา 2 ปี

การเลือกผู้ให้บริการจึงควรดูให้ครบทุกประเภทค่าใช้จ่าย เพื่อให้ร้านค้าสามารถประเมินต้นทุนจริงได้แม่นยำ และวางแผนธุรกิจได้อย่างราบรื่น

FAQs: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Bolt+


1. Bolt+ ต่างจากเครื่อง EDC ทั่วไปยังไง?

Bolt+ รองรับทุกช่องทางการชำระในเครื่องเดียว ทั้งบัตร QR และ E-Wallet และสามารถเชื่อมกับ POS หรือระบบเดิมได้โดยไม่ต้องติดตั้งใหม่

2. ต้องมีบัญชี Beam ก่อนใช้งานไหม?

จำเป็นต้องสมัครบัญชี Beam ผ่านระบบ VeriFast เพื่อเปิดใช้งานและเริ่มรับเงินได้ทันที

3. Bolt+ รองรับบัตรเครดิตทุกธนาคารไหม?

รองรับครบทุกธนาคารและผู้ให้บริการหลัก ทั้ง Visa, Mastercard

4. Bolt+ รองรับการชำระเงินผ่าน Mobile Banking หรือไม่?

ไม่รองรับการชำระเงินผ่าน Mobile Banking 

5. Bolt+ รับชำระแบบไหนได้บ้าง?

รองรับการชำระผ่านการสแกน QR แตะ และเสียบบัตร

6. รับประกันตัวเครื่องนานเท่าไร?

รับประกัน 2 ปี พร้อมบริการเปลี่ยนเครื่องทันทีเมื่อพบปัญหาตามเงื่อนไขการรับประกัน

7. ใช้กับระบบ POS เดิมได้ไหม?

ได้ เพราะ Bolt+ ถูกออกแบบให้เชื่อมต่อกับระบบขายยอดนิยมในไทยโดยไม่ต้องติดตั้งเพิ่ม

8. เมื่อทำการชำระแล้วมีสลิปให้ไหม?

ไม่มีสลิป แต่เป็นการสแกน QR เพื่อรับหลักฐานการชำระเงิน

9. เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตผ่าน Wi-Fi และ ซิมการ์ดได้หรือไม่?

เชื่อมต่อได้ทั้งสองช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น Wi-Fi หรือ ซิมการ์ด

10. ซื้อเครื่อง Bolt+ แล้วมีซิมการ์ดแถมมาด้วยไหม?

ไม่มีซิมการ์ดมาพร้อมเครื่อง และค่าบริการซิมรายเดือนขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการที่ร้านค้าเลือกใช้

11. มีคู่มือการใช้งานให้ไหม?

คู่มือการใช้งานจะถูกส่งไปพร้อมตัวเครื่องในบรรจุภัณฑ์เดียวกัน

12. หากพบปัญหาระหว่างการใช้งาน มีทีมงานให้ความช่วยเหลือหรือไม่?

มีทีมงานให้บริการทุกวัน 10.00-18.00 น. ผ่าน LINE OA: @beamcheckout

สรุป: Bolt+ เครื่องเดียวครบ สำหรับร้านค้ามือใหม่

ในยุคที่การชำระแบบไร้เงินสดกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจ การเลือกระบบรับชำระที่เหมาะสมควรช่วยให้ ขายได้มากขึ้น ใช้งานง่าย และบริหารเงินได้มั่นใจ

Bolt+ ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ Pain Point หลักของร้านค้า ทั้งขั้นตอนสมัครที่ยุ่งยาก การรองรับช่องทางชำระที่ไม่ครบ และค่าใช้จ่ายแอบแฝงที่ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ด้วยการรวมทุกช่องทางการชำระไว้ในเครื่องเดียว รองรับบัตรเครดิต/เดบิต, QR พร้อมเพย์, อีวอลเล็ตยอดนิยม และผ่อนชำระทุกธนาคารหลัก สมัครออนไลน์ อนุมัติเร็ว และพร้อมใช้งานทันทีเมื่อเครื่องถึงมือ

ด้านต้นทุน Bolt+ ช่วยให้ร้านค้าคำนวณค่าใช้จ่ายได้ชัดเจน ไม่มีค่ารายเดือนหรือค่าแฝง ซื้อขาดครั้งเดียวในราคา 4,490 บาท ใช้งานยาว พร้อมรอบการโอนเงินที่ยืดหยุ่น

สรุปแล้ว Bolt+ คืออุปกรณ์รับชำระที่ช่วยให้ร้านค้า ขายง่ายขึ้น เงินเข้าไว และวางแผนธุรกิจได้อย่างมั่นใจ พร้อมเติบโตในโลกไร้เงินสดอย่างยั่งยืน

#Beam Bolt
#Go Cashless
#The Cashless Movement
#SME
Related articles
EDC Device
Beam | เครื่อง EDC ยังจำเป็นไหม? มุมมองใหม่จากร้านค้ายุคดิจิทัล
published-date-icon15 Aug 2025
published-date-icon4 min read
CashlessPaymentInevitable
Beam | It’s Time to “Change how you Charge”, why Cashless Payments is Inevitable
published-date-icon31 Oct 2025
published-date-icon8 min read
Bolt+ vs EDCcover
เครื่องรูดบัตร EDC กับ Beam Bolt+ ต่างกันยังไง? ทิศทางการชำระใหม่ของร้านค้าในอนาคต
published-date-icon22 Jan 2026
published-date-icon4 min read
SaferPaymentswithBeam
ปลอดภัยทุกการชำระกับ Beam ด้วยมาตรฐานระดับโลกที่ธุรกิจไว้วางใจ
published-date-icon17 Nov 2025
published-date-icon3 min read